ทัวร์ในประเทศ
 
 
 
 
 

เนปาลสุขใจ ในอ้อมกอดหิมาลัย
 
TAIWAN TIGER สงกรานต์
 
หลวงพระบาง...Fin
 
เยือนเมืองหลวงพระบาง
 
…วังเวียง Chill Chill ม๋วนอีหลี...
 
ฮานอย-ซาปา-ฟานซิปัน-จตุรัสบาดิงห์
 

ข่าวสาร กิจกรรม

Ferris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลกFerris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลก
นี่คือ Ferris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลก! ที่สร้างโดย จอร์จ เฟอร์ริส (George Washington Gale Ferris, Jr.) ซึ่ง Ferris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลกนี้ ถูกสร้างขึ้นในงาน World’s Columbian Exposition ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์เพื่อทำให้เป็นจุดสนใจจากผู้คน มันมีความสูงถึง 80.4 เมตร โดยสามารถจุคนได้ถึง 2,160 คน และเจ้านี้ถือเป็นต้นแบบของชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลกอีกด้วย!
อ่านเพิ่มเติม
Desert Lagoons ทะเลสาบเขียวมรกต กลางทะเลทรายขาว ในบราซิล!Desert Lagoons ทะเลสาบเขียวมรกต กลางทะเลทรายขาว ในบราซิล!
Desert Lagoons ทะเลสาบเขียวมรกต ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายขาว ในอุทยานแห่งชาติแลงคอยส์ มารานฮานส์ (Lencois Maranhenses National Park) รัฐมารันเยา (Maranhao) ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล
อ่านเพิ่มเติม
Morgan’s Inspiration Island สวนน้ำสำหรับคนพิการแห่งแรกของโลก!Morgan’s Inspiration Island สวนน้ำสำหรับคนพิการแห่งแรกของโลก!
เมื่อฤดูร้อนมาถึง สวนน้ำที่ต่างๆ จะเต็มไปด้วยผู้ใหญ่และเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างสนุกสนาน แต่ที่ “Morgan’s Inspiration Island” นั่นไม่ใช่! เพราะที่สวนน้ำแห่งนี้มีไว้สำหรับผู้พิการ เป็นสวนน้ำแห่งใหม่ ที่เดียว และที่แรกของโลก! เราได้เห็นถึงความสุขและความสนุกสนานของพวกเขา เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เลย
อ่านเพิ่มเติม

รายละเอียดทัวร์
รหัสโปรแกรม : SNP03
จำนวนวัน : 6 วัน
โปรแกรม : เนปาลสุขใจ ในอ้อมกอดหิมาลัย
โหลดโปรแกรมทัวร์

จองทัวร์นี้
เนปาลสุขใจ ในอ้อมกอดหิมาลัย นครหลวงกาฐมัณฑุ....เมืองมรดกโลก 3 แห่ง พระราชวังกาฐมัณฑุ พระราชวังภัคตาปูร์ พระราชวังลลิตปูร์ นครแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 บนเส้นทางการค้าสู่ทิเบต บันดิปูร์ (Bandipur) หมู่บ้านท่องเที่ยวเล็กๆ แต่มากไปด้วยเสน่ห์ของประเพณี วัฒนธรรม และวิถีความเป็นอยู่ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชัน เมืองโภครา…เสน่ห์แห่งผืนน้าและขุนเขา พร้อมล่องเรืองในทะเลสาบเฟว่าใสราวกระจกสะท้อน ลาตะวัน ณ นากาก๊อต..สวิตเซอร์แลนด์แห่งเนปาล ขุนเขา●ทะเลหมอก●อ้อมกอดหิมาลัย
เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
14ก.พ.62 19ก.พ.62 27,900 27,900 27,900 5,500
12มี.ค.62 17มี.ค.62 26,900 26,900 26,900 5,500
26มี.ค.62 31มี.ค.62 26,900 26,900 26,900 5,500
11เม.ย.62 16เม.ย.62 30,900 30,900 30,900 6,500
13เม.ย.62 18เม.ย.62 30,900 30,900 30,900 6,500
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **
รายละเอียดการเดินทาง
วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ – กาฐมัณฑุ
 
เช้า 08.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคาร 1 (ผู้ โดย สายขาออก) ประตู 7 เคาน์เตอร์สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระ 11.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองกาฐมัณฑุ KATHMANDU โดยสายการบิน Thai Lion Air เที่ยวบินที่ SL220 (ไม่มีอาหารบริการบนเครื่องบิน ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) ***หมายเหตุ เวลาของประเทศเนปาล ช้ากว่าประเทศไทย 1. 15 ชั่วโมง***
 
บ่าย 14.00 น. ถึง...ท่าอากาศยานตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ (Kathmandu) เป็นเมืองหลวงของประเทศเนปาล และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดด้วย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว นำท่านชม เมืองกาฐมัณฑุ (Kathmandu) เป็นเมืองหลวงของประเทศเนปาล และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเพราะที่นี่คือจุดศูนย์รวมทั้งการค้า การเดินทาง วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่สาคัญ ซึ่งเราจะเห็นโบราณสถานที่สวยงามตั้งอยู่ในเมืองกาฐมาณฑุมากมาย “หุบเขากาฐมาณฑุ” ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,336 เมตรเหนือระดับน้าทะเล จุดรวมแหล่งวัฒนธรรมเนวารีโบราณ สร้างอารยะธรรมที่สาคัญขึ้นบน 3 เมือง ซึ่งได้แก่ กรุงกาฐมาณฑุ ปาตัน และบัคตาปุูร์ นำท่านชมปศุปฏินารถ (Pashupatinath Temple) ที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าภูบาลสิงห์แห่งราชวงศ์มัลละ ในปี ค.ศ. 1696 เพื่อถวายองค์พระศิวะ ในภาคองค์ปศุปติ หรือ เจ้าแห่งเวไนยสัตว์ และที่สาคัญคือ วัดปศุปตินาถได้ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกแล้วในปี พ.ศ. 2522…วัดนี้มีสัญลักษณ์ของเทพเจ้า “ตรีมูรติ” อยู่มากมาย ซึ่งหมายถึงพระพรมเป็นผู้สร้าง พระวิษณุหรือพระนารายณ์เป็นผู้รักษา และพระศิวะเป็นผู้ทำลาย โดยเฉพาะศิวะลึงค์ เป็นเครื่องหมายบุรุษเพศ สัญลักษณ์ของพระศิวะจะพบเห็นมากที่สุด เป็นวัดฮินดูที่สำคัญมากที่สุดในเนปาลตั้งอยู่ริมแม่น้าภัคมาติ ท่านมีโอกาสเห็นพิธีกรรมทางศาสนาฮินดู ณ วัดแห่งนี้ จากนั้น ให้ท่านอิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ย่านทาเมล (Thamel) เป็นศูนย์กลางความเจริญของกรุง กาฐมาณฑุ สองข้างทางเต็มไปด้วย โรงแรมที่พักราคาถูก ร้านอาหารนานาชาติ ร้านขายของ ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ จึงเป็นจุดพักของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงเนปาลเพื่อการวางแผนท่องเที่ยวในที่ต่างๆ นอกจากนี้ย่านทาเมลยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะสินค้าจาพวกหัตถกรรมพื้นเมือง เครื่องประดับที่ทำจากหินต่างๆ และอุปกรณ์สำหรับการเดินปีน ลักษณะคล้ายกับถนนข้าวสารของเมืองไทย แต่สินค้าหลากหลายกว่าเยอะ ถนนข้าวสารบ้านเรา อาทิ ผ้าพาสมีน่า กระเป๋า เสื้อผ้า และของที่ระลึกอีกมากมาย ซึ่งสามารถต่อรองราคาได้ 18.30 น. นำท่านรับประทานอาหารค่ำ พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมของชาวเนปาลี ลิ้มรสอาหารพิเศษ โม โม เกี๊ยวซ่าเนปาลแท้ๆ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศเนปาล ค่ำ เข้าที่พัก THE FERN DESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่า
 
วันที่สอง กาฐมัณฑุ -หมู่บ้านบันดิปูร์
 
เช้า 06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านบันดิปูร์ (Bandipur) โดยอยู่ห่างจากกรุงกาฐมัณฑุ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 1 4 3 กิโลเมตร (ใช้ เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) "บันดิปูร์" (Bandipur) หมู่บ้านบันดิปูร์ หมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์ของชาว ฮินดู หมู่บ้านท่องเที่ยวเล็กๆ แต่มากไปด้วยเสน่ห์ ของประเพณี วัฒนธรรม และวิถีความเป็นอยู่ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชันบันดิปูร์ แปลเป็นไทยง่ายๆก็คือเมืองบัณฑิต หรือเมืองของผู้รู้ หมู่บ้านบนยอดเขา ท่ามกลางขุนเขาที่รายล้อม หมู่บ้านบันดิปูร์ ตั้งอยู่ บนระดับความสูง 1,030 เมตร โดยบริเวณรอบๆหมู่บ้านนั้นโดด เด่นไปด้วยทัศนียภาพที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและม่านหมอก รวมไปถึงทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาหิมาลัยที่สามารถ มองเห็นจากตัวหมู่บ้านได้ อย่างชัดเจน เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ รีสอร์ท
 
บ่าย เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ รีสอร์ท จากนั้น อิสระ เดินชมทิวทัศน์ในหมู่บ้านตามอัธยาศัย….การไปสำรวจ หมู่บ้านโดยเริ่มต้นที่ถนนสายหลักที่สองข้างทางเต็มไปด้วย อาคารบ้านเรือนสูง 2-3 ชั้น ที่ตั้งเรียงรายไปตลอดสองข้างทาง ซึ่งเป็นหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่า ครั้ง หนึ่งหมู่บ้านเล็กแห่งนี้ ได้เคยเป็นเมืองการค้าโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ รีสอร์ท นำท่านเข้าสู่ที่พัก BANDIPUR MTN RESORT หรือเทียบเท่า
 
วันที่สาม หมู่บ้านบันดิปูร์ – เมืองโภครา
 
เช้า 06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ รีสอร์ท 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ “เมืองโภครา” โดยรถโค้ชปรับอากาศ (ประมาณ 4 ชั่วโมง) ระหว่างทางท่านจะได้เห็น ทิวทัศน์ที่งดงามและวิถีชีวิตของชาวชนบทในประเทศเนปาลเส้นทางสายนี้มีชื่อเสียงมากในด้านความงดงามทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบเดินทางโดยรถมากกว่าทางเครื่องบิน “หุบเขาโภครา” สูงกว่า ระดับน้าทะเล 900 เมตร และโอบล้อมไปด้วยทิวเขาและป่าที่เขียวขจีเป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุด จึงมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใคร ขึ้นไปท่านจะได้เห็น เทือกเขาอานาปุระ (ANNAPURNA และยอดเขาหางปลา (มัจฉาปูร์ชเร MACHHAPUCHHRE) ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้ากว่า 8,000 เมตรเมื่อได้สัมผัสยากนักที่จะลืมเลือนและน่าประทับใจในโภครายามเย็น โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ ทะเลสาบมีร้านอาหารและร้านค้ากระจัดกระจายอยู่แบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง ไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี เที่ยง ถึง..หุบเขาโภครา รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
บ่าย บ่าย นำท่านชมความงดงามของหุบเขา โภครา หรือโพคารา (Pokhara Valley) เป็นเมืองแห่งมนต์ เสน่ห์ ท่ามกลางวงล้อมของหุบเขาอรรณาปูรณะ ชม น้าตกเดวิด “DAVI’S FALL” ที่มหัศจรรย์ ไหลลงเหวลึก ต้องก้มมองซึ่งตั้งชื่อตามนายเดวิทชาวสวิสที่ตกลงไปตายเนื่องจากโดนกระแสน้าพัด ชม ศูนย์อพยพชาวทิเบต “TIBETAN REFUGEE CAMP” สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่อพยพมาอยู่ทางตอนเหนือของเนปาล นอกจากนี้ท่านยังจะได้ ชมการทอพรมด้วยมืออิสระให้ท่านได้ ชมวิวเมืองโภคราและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จากนั้น นำท่านล่องเรือพายในทะเลสาบเฟวา (Phewa Lake) ทะเลสาบน้าจืดขนาดใหญ่ ภาพทะเลสาบความงามของเฟวาสะท้อนภาพยอดเขามัจฉาปูชเรที่มีรูปร่างคล้ายหางปลานั้น เป็นภาพที่มีมนต์ขลังยิ่งนัก ตรงกลางทะเลสาบเป็นที่ตั้งของวัดบาลาฮี ซึ่งมีสถูปสีขาวชื่อวัดบาลาฮีลอยเด่นตัดกับพื้นน้าสีเขียวมรกต นำท่านสักการะ วัดบาลาฮี (Barahi Temple)วัดที่มีเทพธิดาอจิมา เทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองโภครา ทุกวันเสาร์จะมีการบูชายัญสัตว์แด่เทพธิดาลังที่สุด จากนั้น อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยในโภครา ยามเย็น บริเวณรอบๆทะเลสาบมีร้านอาหารและร้านค้ากระจัดกระจายอยู่แบบเรียบง่ายและเป็นกันเองไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี 19.00 น. รับประทานอาหารค่า ณ โรงแรม HOTEL DA YATRA หรือเทียบเท่า
 
วันที่สี่ โภครา – กาฐมัณฑุ (บินภายในประเทศ) - ภัคตะปูร์" (Bhaktapur) - เมืองนากาก็อต “ NARKAKOT
 
เช้า 04.00น.เดินทางไป ซางรางก๊อต “SARANGKOT เปลี่ยนเป็นรถตู้ คันละประมาณ 7-8ท่าน/คัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30นาที ” จุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 5 กม.เป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งที่ท่านจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นเห็นแสงสีทองตัดกับยอดเขาหางปลาและเทือกเขาอานาปูระได้อย่างสวยงามยิ่ง พร้อมจิบชากาแฟอุ่นๆในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะอย่างสบายอารมณ์... 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟต์นานาชาติ) 08.00 น. เดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ เมืองโภครา เพื่อเดินทางสู่ กาฐมัณฑุ 09.45 น. เดินทางสู่เมืองกาฐมัณฑุ โดยสายการบิน โดยสายการบิน BUDDHA AIRLINES เทียวบิน 606 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที 10.25 น. ถึงเมืองกาฐมัณฑุ หลังตรวจรับสาภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร **** หมายเหตุ !!! สายการบิน ในประเทศ BUDDHA AIRLINES สามารถโหลดสัมภาระได้ ท่านละไม่เกิน 15 กิโลกรัม ไม่จำกัดจำนวนใบ ท่านใดที่สัมภาระเกิน 15 กิโลกรัม สามารถนำกระเป๋าใบเล็ก เพื่อแบ่งสัมภาระ ที่ไม่จำเป็น ฝากไว้บนรถบัสได้ *** 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
 
บ่าย 13.00 น นำท่านชม "ภัคตะปูร์" (Bhaktapur) เมืองมรดกทางวัฒนธรรมแห่งหุบเขากาฐมาณฑุ ...เมืองภัคตะปูร์ เป็น 1 ใน 7 กลุ่ม ของมรดกทางวัฒนธรรม ในเขตหุบเขากาฐมาณฑุ (Kathmandu Valley) ซึ่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้รับการยกย่องให้ เป็นมรดกโลก ในปี 1979… เนื่องจากได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองโบราณที่มีความเก่าแก่ และมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ และ ศิลปะวัฒนธรรมอันดีเยี่ยม.ปัจจุบันถือว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งอัญมณีทางวัฒนธรรมของเนปาล.... เมืองปักตะปูร์ หมายถึงเมืองแห่งความภักดีต่อพระเป็นเจ้า ที่มีความสำคัญและสวยงาม....... นำท่านเข้ชมภายในตัวเมือง คือ "จัตุรัสบักตะปูร์ดูรบาร์" (Bhaktapur Durbar Square) สถานที่ท่องเที่ยวที่มี ความสาคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองบักตะปูร์ เนื่องจากบริเวณจัตุรัสนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารและสิ่งก่อสร้างที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม รวมไปถึงสถานที่สาคัญๆของเมืองมากมาย ในอดีตเคยเป็นราชธานีในหุบเขา เป็นเมืองที่เจริญบนเส้นทางการค้าสู่ธิเบต ชมย่านเดอร์บาสแควร์ หรือย่านพระราชวังบักตาปูร์ อันเป็นที่ตั้งของวัง ชมพระราชวัง 55 พระแกล (หน้าต่าง), ประตูทองคา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงาม ชมลานสรงน้า หรือ ซุนดารี(Sundari) นาท่านเข้าชม วัดเนียตาโปลา(Nyatapola) เป็นศาสนสถานที่สูงที่สุดในเนปาล มีด้วยกัน 5 ชั้น สูง 98 ฟุต สองข้างบันไดทางขึ้นมีรูปปั้นหินขนาด ใหญ่ สลักเป็นรูปสัตว ์ และเทพอารักขา เชื่อกันว่าปั้นแต่ละคู่มีอานาจหยุดสิ่งชั่วร้ายที่เมารุกราน วัดนี้ สร้างขึ้นถวายแด่เทพแห่งเนียตะโปลา ผู้ที่มีพลังสูงสุดหรือสิทธิลักษมี(Siddhi Lakshmi) ซึ่งเป็ นเทวี ลัทธิ ตันตระ พระเจ้าภูปฏินทรา มัลละ สร้างวัดนี้ในปี ค.ศ. 1702 บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองนากาก็อต “NARKAKOT” (ประมาณ 1 ชม.) “เทือกเขานากาก๊อต ใน อ้อมกอดของหิมาลัย..เมืองที่ชมพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้นได้ สวยงาม และเป็นจุดชมทัศนียภาพของ เทือกเขาหิมาลัยได้ อย่างชัดเจน นากาก็อต เป็นเมืองตากอากาศของชาวเนปาลี สัมผัสธรรมชาติเทือกเขา หิมาลัย รถไต่ระดับความสูงของเทือกเขาที่คดโค้งและมีทิวทัศน์นาคันบันไดที่สวยงามอย่างยิ่ง …ตะวันลา.. ที่ นากาก็อตหากอากาศดีจะสามารถเห็นยอดเขาเอเวอร์เรส (Mount Everest) ด้วย…ระหว่างท่านจะได้ ชมการปลูกผักทานาแบบขั้นบันได..พบกับเทือกเขาหิมาลัยฝั่งตะวันออกประกอบด้วยยอดเขา Ganesh, Langtang ฯลฯ เป็นแนวยาวนับร้อยกิโลเมตร ในระหว่างทาง......ชมพระอาทิตย์ตก พักโรงแรมบนเขานาการ์ก็อต 1 คืนนี้ด้วยความสูง 2,200 เมตรจากระดับน้าทะเล เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ โรงแรม และอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่พัก ณ country villa resort หรือเทียบเท่า
 
วันที่ห้า นากาก็อต – กาฐมัณฑุ
 
เช้า ตื่นแต่เช้าตรู่ ชมพระอาทิตย์ รุ่งอรุณเหนือเทือกเขาหิมาลัยจากที่พักของท่าน หรือเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ถ้าทัศนะวิสัย ปลอดโปร่งท่านจะได้เห็นยอดเขา “เอเวอเรสท์ ” (MT.EVEREST) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก (สูง 8,848 เมตร) เปรียบได้ ว่าเป็น “มงกุฎของโลก” ณ ที่นี้ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นอันสดชื่นของธรรมชาติ ที่สะอาดบริสุทธิ์เหนือเทือกเขาหิมาลัย.... ท่านจะได้เห็นภูเขาเปลี่ยนสีทองเปล่งประกาย สวยงาม จนไม่อาจจะกระพริบตาได้ และที่นี่ยังสามารถมองเห็นภูเขาหิมาลัยโดยรอบซึ่งประกอบด้วยยอดเขา 5 ยอด จากจำนวนยอดเขา10 ยอดที่สูงที่ในโลกได้แก่ ยอดเขา เอเวอร์เรสท์ ( EVEREST) โลดเส (LHOTSE) โชยู (CHO YU) มาลาคู (MAKALA) และมานาสรู (MAMASLU ) *** หมายเหตุ ใน วันที่อากาศโปร่งใส่ท่านสามารถที่จะเห็นเทือกเขาหิมาลัยตลอดแนวตั้งแต่ฝั่งตะวันออกถึง ตะวันตกเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศวันนั้นเป็นสำคัญ*** 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 08.30 น. นำท่านเยือนเมืองปาทันหรือปาทาน เมืองเก่ามรดกโลก (Patan city) เป็นเมืองโบราณ สร้างใน สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ช่วงศตวรรษที่ 3 ปาตันได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงกาฐมาณฑุ ได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งความงาม (City of Beauty) เป็นเมืองที่รู้จักกันในนามของเมืองแห่งศิลปะอีกด้วย โดยเฉพาะ ชื่อเสียงทางศูนย์กลางงานหัตถศิลป์ของชาวทิเบตอพยพ มีชื่อเสียงในเรื่องพระพุทธรูป นับเป็นนครโบราณที่ยังมีชีวิตภายในเมืองเต็มไปด้วยวัดทางศาสนาฮินดูและสิ่งปลูกสร้างในพุทธศาสนา สืบเนื่องมาจากความหลากหลายของวัฒนธรรมในยุคกลางทาให้ทั้งศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธเฟื่องฟูในแถบนี้ เมืองปะฏันนี้ นับเป็นผลงานสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองชิ้นเอกแบบเนวารี มีถนนโบราณตัดตามแนวเหนือ-ใต้ และ ตะวันออก-ตะวันตกแบ่งเมืองออกเป็น4 ส่วน โดยมีจัตุรัสปาตันดูร์บาร์ และพระราชวังปาตันเป็นศูนย์กลาง นำท่านชมรูปปั้นของพระเจ้าภูปฏินทรามัลละ, ชม วิหารทองคำ และชมพระราชวังเก่าที่เป็นที่ทำพิธีเถลิงราชสมบัติของกษัตริย์ในอดีต นำท่านชมวัดตะเลจูบาวานี (Teleju Bhawani) สร้างขี้นในปี ค.ศ. 1666 อุทิศให้กับเทพประจำราชวงศ์ มีเทวรูปศิวะและพระนางปารวตีประดับอยู่บนยอดทวารทอง (ปัจจุบันถูกพวกฮิปปี้ ขโมยออกนอกประเทศไปแล้ว) ชมวัดกฤษณะ (Krishna Tempel) ตัววัดเป็นหินสร้างแบบซิกขาร์ (Shikhara / ศิขร) …ได้ เวลาอันสมควรนาท่านสู่ภัตตาคาร 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
 
บ่าย จากนั้น นำท่านเข้าชม สยมภูวนาถ สวะยัมภูนาถ หรือวัดลิง (Swayambhunath) เป็นเจดีย์ของชาวพุทธ (Buddhist Chaityas) ที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก กล่าวกันว่าน่าจะมีอายุถึง 2,000 ปีเลยทีเดียว สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะในปี พ.ศ. 936 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ ส่วนตรงฐานของสถูปซึ่งมีดวงตาเห็นธรรมหรือWisdom Eyes ของพระพุทธเจ้าอยู่โดยรอบทั้ง4 ด้าน ตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตก 3 กิโลเมตร ตัวสถูปตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ สูงประมาณ 77 เมตร เหนือระดับน้าทะเลของหุบเขากาฐมาณฑุ จึงทาให้ทิวทัศน์เหนือหุบเขาที่แสนงดงาม สถูปแห่งนี้เป็นสถูปที่เก่าแก่ที่สุดของเนปาล อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่มีการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธกับฮินดู โดยองค์การยูเนสโกได้ทาการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2522 จากนั้น นำท่านเข้าชมเขตเมืองเก่านครกาฐมัณฑุ ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นในราชวงศ์ลิจฉวี ซึ่งขึ้นครองบัลลังก์ในปี ค.ศ. 300 ที่นี่เป็นศูนย์กลางของนครกาฐมัณฑุโบราณ นำท่านสู่ กาฐมาณฑุ ดูร์บาร์สแควร์ (Kathmandu Durbar Square) หรือเรียกว่า จัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์แห่งนี้ประกอบไปด้วยวัดและปราสาทที่เก่าแก่ ซึ่งแสดงภาพความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวเนปาล เนื่องจากเป็นสถานที่ราชาภิเษกขึ้นครองราชย์สถานที่น่าสนใจที่ควรไปชมได้แก่ วัดตะเลชุ สร้างโดยกษัตริย์มเหนทรามัลละ (King Mahendra Malla) ในปี พ.ศ. 2092 และจัตุรัสแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2522 อีกด้วย ชม “กาฐมณฑป” หรือ “เรือนไม้” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง อาคารไม้นี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 12 บนจุดที่เส้นทางการค้าสำคัญสองเส้นตัดกัน และใช้เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการแลกเปลี่ยนซื้อขาย การพัฒนาของตัวเมืองเกิดขึ้นในรัศมีรอบ ๆ พระราชวังเก่า ชมวัดกุมารี หรือกุมารีฆระ (Temple of Kumari or Kumari Ghar) หรือที่พานักเทพธิดาที่มีชีวิต (Living Goddess) ชาวเนปาลเชื่อกันว่ากุมารีคืออวตารของเทพธิดาพรมจรรย์ ชม วัดตะเลจู (Teleju Tempel) สร้างอุทิศให้กับองค์สำคัญประจำราชวงศ์คือเทวีตะเลจูบะวานี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งไม่เปิดให้ผู้ใดเยี่ยมกราย นอกจากองค์กษัตริย์และนักบวชที่มีสมณะศักดิ์สูง ชาวฮินดูสามารถเข้าทาพิธีได้ปีละหนึ่งครั้ง ในช่วงดุรกาปูจา (Durga Puja) ระหว่างเทศกาลดาเซยน์ (Dasain) นำท่านชม ประตูหนุมาน (Hanuman Dhoka) ประตูที่เป็นที่ตั้งของพระองค์เทพหนุมาน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1672 ตัวเทพได้รับหารเจิมชาดเสียจนเป็นสีแดงเข้มใต้ร่มฉัตร ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารฮิมไทย (อาหารไทย) เข้าที่พัก THE FERN DESIDENCY HOTEL
 
วันที่หก กาฐมัณฑุ-กรุงเทพ
 
เช้า 09.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม .นำท่านสู่ มหาเจดีย์โพธิ์นาถ หรือพุทธนาถ (Boudhanath) เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาลบนเจดีย์มีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า (Wisdom Eyes) ทั้งสี่ทิศ บริเวณรอบวัดเป็นแหล่งชุมชนของชาวพุทธมหายานจากทิเบตที่อพยพเข้ามาเมื่อปีพ.ศ. 2502 จึงจะเห็นพระทิเบตและคนทั่วไปยืนแกว่งล้อมนต์พร้อมกับสวดมนต์อยู่ทั่วไป องค์การยูเนสโกขึ้นได้ทะเบียนสถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2522 11.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ ตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ
 
บ่าย 15.00 น. เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL221 19.30 น. ถึง ท่าอากาศยานดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ และความประทับใจไม่รู้ลืม...
 



โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้

โปรแแกรมทัวร์แนะนำ
เนปาลสุขใจ ในอ้อมกอดหิมาลัย   นมัสเต...เนปาล อ้อมกอดหิมาลัย