ทัวร์ในประเทศ
 
 
 
 
 

โฮจิมินห์ มุยเน่ ดาลัด
 
TAIWAN HOOYAH
 
เวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่
 
เมืองแห่งมรดกโลกอันคงคุณค่าและความงดงาม
 
เยือนเมืองหลวงพระบาง
 
เนปาลสุขใจ ในอ้อมกอดหิมาลัย
 

ข่าวสาร กิจกรรม

Ferris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลกFerris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลก
นี่คือ Ferris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลก! ที่สร้างโดย จอร์จ เฟอร์ริส (George Washington Gale Ferris, Jr.) ซึ่ง Ferris wheel ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของโลกนี้ ถูกสร้างขึ้นในงาน World’s Columbian Exposition ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์เพื่อทำให้เป็นจุดสนใจจากผู้คน มันมีความสูงถึง 80.4 เมตร โดยสามารถจุคนได้ถึง 2,160 คน และเจ้านี้ถือเป็นต้นแบบของชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลกอีกด้วย!
อ่านเพิ่มเติม
Desert Lagoons ทะเลสาบเขียวมรกต กลางทะเลทรายขาว ในบราซิล!Desert Lagoons ทะเลสาบเขียวมรกต กลางทะเลทรายขาว ในบราซิล!
Desert Lagoons ทะเลสาบเขียวมรกต ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายขาว ในอุทยานแห่งชาติแลงคอยส์ มารานฮานส์ (Lencois Maranhenses National Park) รัฐมารันเยา (Maranhao) ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล
อ่านเพิ่มเติม
Morgan’s Inspiration Island สวนน้ำสำหรับคนพิการแห่งแรกของโลก!Morgan’s Inspiration Island สวนน้ำสำหรับคนพิการแห่งแรกของโลก!
เมื่อฤดูร้อนมาถึง สวนน้ำที่ต่างๆ จะเต็มไปด้วยผู้ใหญ่และเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างสนุกสนาน แต่ที่ “Morgan’s Inspiration Island” นั่นไม่ใช่! เพราะที่สวนน้ำแห่งนี้มีไว้สำหรับผู้พิการ เป็นสวนน้ำแห่งใหม่ ที่เดียว และที่แรกของโลก! เราได้เห็นถึงความสุขและความสนุกสนานของพวกเขา เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เลย
อ่านเพิ่มเติม

รายละเอียดทัวร์
รหัสโปรแกรม : IND01
จำนวนวัน : 8 วัน
โปรแกรม :  แคชเมียร์ ทัชมาฮาล คาจูราโฮ ลัคเนา
โหลดโปรแกรมทัวร์

จองทัวร์นี้
อินเดีย 3 รัฐ-รัฐแคชเมียร์&จัมมู-รัฐอุตรประเทศ-รัฐมัธยัสถ์ประเทศ 8 วัน 5 คืน ท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม และ ชมความสวยงามทางธรรมชาติ
เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
11เม.ย.62 18เม.ย.62 33,333 33,333 33,333 6,000
12เม.ย.62 19เม.ย.62 33,333 33,333 33,333 6,000
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **
รายละเอียดการเดินทาง
วันที่หนึ่ง สนามบินสุวรรณภูมิ-บังกาลอร์-ลัคเนา
 
เช้า 12.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 4-5 เคาน์เตอร์ E สายการบิน Indigo เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอินเอกสารและสัมภาระ กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน  กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน  วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.
 
บ่าย 15.40 น. โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E76 เหินฟ้าสู่ บังกาลอร์(ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 10 นาที) 18.20 น. เดินทางถึง สนามบิน บังกาลอร์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง และเดินทางสู่ สนามบินภายในประเทศ 22.00 น. โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E812 เหินฟ้าสู่ ลัคเนา(ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที)
 
วันที่สอง ลัคเนา-คาจูราโฮ-ออชา
 
เช้า 00.30 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติลัคเนา ประเทศอินเดีย(เวลาที่อินเดียช้ากว่าบ้านเรา ประมาณ 1.30 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระ แล้วนำท่านเดินทางสู่ คาจูราโฮ KHAJURAHO (ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง) 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า(1)ที่ ห้องอาหารของโรงแรม 08.00 น. นำท่านชม กลุ่มมหาวิหารแห่งอาณาจักรจันทร์ดิล่าโบราณ (CHANDELA DYNASTY) ซึ่งดั้งเดิมมีทั้งหมดมากกว่า 85 แห่งในศตวรรษที่ 9 ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก (WORLD HERITAGE) ชม “กลุ่มวิหารตะวันตก” (WESTERN GROUP OF TEMPLES) ซึ่งมี “วัดลักษมันวิศวนาถ” (LAXMAN TEMPLE) มหาเทวาลัยที่สร้างถวาย พระวิษณุ (LORD VISHNU) สร้างจากหินทรายสลักเสลารูปประติมากรรมเทพเจ้า นางอัปสร วิถีชีวิตของชาวเมืองในยุคนั้น ตั้งแต่สาวน้อยแต่งหน้า เขียนจดหมายถึงคนรักพ่อแม่ลูก และรูปกามสูตรอันลือเลื่อง “วัดคัณฑาริยมหาเทพ” (KANDARIYA MAHADEV TEMPLE) และ “วัดเทวีชัคธัมภะ” ซึ่งสร้างถวาย พระศิวะ (LORD SHIVA) และพระนางทุรคา“วัดจิตรคุปต์”ที่สร้างถวายพระสุริยเทพอันน่าตื่นตาตื่นใจในภาพสลักท่ามกลางความงาม โดยเฉพาะยามอาทิตย์อัสดงที่แต่ละรูปสลักนูนลอยงดงาม แสดงอารมณ์อัน ประณีตเกินคำบรรยาย จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (ARCHAEOLOGICAL MUSEUM) ซึ่งรวบรวม รูปปั้นหินแกะสลักในสมัย ราชวงค์จันทร์ดิล่า (CHANDELA DYNASTY) 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน(2)ที่ ภัตตาคาร
 
บ่าย บ่าย ออกเดินทางสู่ ออชา ORCHHA (ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบ และสวยงามตั้งอยู่บนเกาะกลาง แม่น้ำเบตวา (BETWA RIVER) สิ่งน่าสนใจคือป้อมขนาดใหญ่ที่เมืองใหญ่ๆ ของอินเดียสมัยก่อนมีกันทุกเมืองนอกจากจะเป็นที่พำนักของมหาราชาแล้วยังเป็นปราการด่านสุดท้ายของเมือง ถ้าตีป้อมแตกได้ก็ยึดเมืองได้ทำให้มีการออกแบบป้อมให้ออกมาแข็งแรงแน่นหนาและตั้งอยู่บนที่สูง ออร์ชาร์ก็มีป้อมขนาดใหญ่โตหลายแห่ง แต่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลากระเบื้องสีบางแห่งยังคงสีสันสดใส ถึงแม้จะแตกร่อนไปบ้างแต่ก็ยังคงรักษาสีสวยไว้ได้อย่างดี แม้เวลาจะผ่านไปเป็นร้อยปีแล้วก็ตาม นำท่านชม ออชา ฟอร์ท (ORCHHA FORT) ชมพระราชวังราชมาฮาล (RAJ MAHAL) ที่สร้างโดยพระเจ้าบีรซิงห์เดโอ มีห้องภายในถึง 132 ห้อง รวมทั้งห้องพระมเหสี 6 ห้อง 6 พระองค์และห้องต่างๆ ล้วนประดับตบแต่งด้วยภาพเขียนสีต่างๆ ศิลปะแบบราชปุต-ภัณฑาละ ชม “พระราชวังชาร์หังกรี มาฮาล” (JEHANGRI MAHAL) ที่สร้างขึ้นอย่างหรูหราอลังการ เพื่อต้อนรับ “พระเจ้าชาร์หังกรี” แห่งราชวงศ์โมกุล เพียงเพื่อพัก 1 ราตรี อันเป็นวิเทโศบายทางการทูต ของกษัตริย์นครภัณฑลขัณฑ์ ผู้ชาญฉลาด 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ(3)ที่ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเข้าสู่ที่พัก BUNDELKHAND RIVERSIDE *** หรือเทียบเท่า
 
วันที่สาม ออชา-กวาเลียร์-อัครา
 
เช้า 06.00 น. รับประทานอาหารเช้า(4)ที่ ห้องอาหารของโรงแรม 07.00 น. นำท่านชม Gwalior Fort ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา สภาพค่อนข้างดี มีการบรูณะปฎิสังขรณ์ แต่ภายในไม่มีการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย หรือคำอธิบายใด ๆ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ นำท่านชม Saas-bahu Temple ก็อยู่ไม่ไกลจาก fort เป็นวัดฮินดูที่สร้างถวายให้กับพระวิษณุ สร้างด้วยหินทราย มีรูปปั้นและงานแกะสลัก วัดลักษณะคล้ายกันนี้พบเห็นได้หลายแห่งในอินเดีย 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน(5)ที่ ภัตตาคาร
 
บ่าย บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อัครา (Agra) เคยเป็นเมืองหลวงสำคัญของอินเดียในยุคศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา เมืองอัครายังเป็นที่ตั้งของป้อมอักรา (Agra Fort) ป้อมแดง (Red Fort of Agra) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 ระยะทาง 200 กม. ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชม. 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ(6)ที่ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเข้าสู่ที่พัก Push Villa หรือเทียบเท่า
 
วันที่สี่ อัคราฟอร์ด-ทัชมาฮาล-เดลลี
 
เช้า 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า(7)ที่ ห้องอาหารของโรงแรม 08.00 น. นำท่านชมอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ ทัชมาฮาล ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวและหินทรายสีแดง ประดับประดาด้วยรัตนชาติหลากหลายชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ต่อพระมเหสีมุมตัส มาฮาล ที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่14 ภายในทัชมาฮาลนั้นเป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัส และกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ที่สวยงามโดดเด่น นำท่านชมอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ ทัชมาฮาล ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาว และหินทรายสีแดง ประดับประดาด้วยรัตนชาติหลากหลายชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ต่อพระมเหสีมุมตัส มาฮาล ที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่14 ภายในทัชมาฮาลนั้นเป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัส และกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ที่สวยงามโดดเด่น 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน(8)ที่ ภัตตาคาร
 
บ่าย บ่าย นำท่านชม อัคราฟอร์ท พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบทั้ง อาคารหินทรายสีแดงสร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์ จนได้เวลา นำท่านเดินทางสู่ เดลลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ระยะทาง 200 กม. ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชม. จนกระทั่งเดินทางถึง กรุงเดลี (Delhi City) กรุงเดลีเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดียและมี ประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศ นอกจากนั้นเมืองแห่งนี้ยังเคยเป็นศูนย์กลางของอำนาจการปกครองของอินเดียมาหลายพันปี ทั้งจากผู้ครองนครที่เป็นสุลต่าน มุสลิม กษัตริย์ฮินดู และจักรพรรดิโมกุล อันเป็นช่วงของการแพร่ขยายอิทธิพลและวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการปกครอง ภาษา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และศาสนาอิสลาม ซึ่งส่งผลให้ที่นี่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่ยาวนานหลายยุคหลายสมัย ผ่านชม อาศรัธาม (Akshardham) หรือ อัชดัม วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถานที่ที่น่าเลื่อมใสของมหาชนทั่วประเทศอินเดีย ในอินเดียมีวัดลักษณะเช่นนี้อยู่มากแต่ในที่สุด บริษัทกินเนสก็มอบใบประกาศนียบัตร วัดฮินดูใหญ่ที่สุดในโลก ให้กับวัดนี้ ด้วยเหตุผลคือเป็นวัดใหญ่ที่สุดสร้างโดยเอกชน และถือว่าเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีบริเวณกว้างมากถึง 86,342 ตารางฟุต วัดนี้มีความอัศจรรย์มากมาย สร้างด้วยหินทรายสีชมพู แกะสลัก และปูพื้นด้วยหินอ่อน มียอดโดมเป็นหินทรายชมพู แกะสลัก ตัวโดมสูง 72 ฟุต มีเสา โดม ล้อม 1,160 ต้น รอบโดมแกะเป็นเศียรคชสารจำนวน 148 เศียร ด้านในบรรจุ เทพเจ้าฮินดูแกะสลักกว่า 20,000 องค์ ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเท่านั้น โดยท่านประมุข สวามี มหาราช เป็นผู้ออกแบบเพียงคนเดียว เป็นสถาปัตยกรรมฮินดูที่เก่าแก่ที่สุด ก่อสร้างโดยช่างอาสาสมัคร มีทั้งนักบวช ช่างศิลปะ รวมถึงนักแสวงบุญทุกคน ผ่านชม INDIA GATE ประตูนี้มีลักษณะเหมือนประตูชัยปารีสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 และมีการสลักชื่อทหารที่สละชีพเพื่อชาติในสงครามโลกครั้งที่ 1ด้วย ผ่านชม Rashtrapati Bjawam หรือทำเนียบประธานาธิปดีอินเดีย ชม Lotus Temple หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า Bahá’í House of Worship (สถานที่สักการะของศาสนาบาไฮ) โดดเด่นด้วยรูปทรงดอกบัวที่ชนะรางวัลสถาปัตยกรรมและการออกแบบมาหลายรางวัลแล้ว นี่เป็นหนึ่งในวัดบาไฮเจ็ดแห่งของโลก 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ(9)ที่ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก Tavishi หรือเทียบเท่า
 
วันที่ห้า เดลลี-ศรีนาคาร์-กุลมาร์ค
 
เช้า 04.00 น. แล้วเดินทางสู่ สนามบินภายในประเทศ รับประทานอาหารเช้า(10)set box 06.05 น. โดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบิน I5-715 เหินฟ้าสู่ ศรีนาคาร์ 07.35 น. เดินทางถึง ศรีนาคาร์ เมืองหลวงฤดูร้อนของแคว้นจามมู-แคชเมียร์ เมืองแห่งทะเลสาบ ตั้งอยู่ ใจกลางของหุบเขาแคชเมียร์ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร มีทิวทัศน์สวยงามยิ่งสามารถเยี่ยมชมได้ทั้งปี นำท่านเดินทางโดยรถ TEMPO คันละ 8-10 ท่าน ออกเดินทางสู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้สู่กุลมาร์ค ระยะทางประมาณ 112 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ( อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,730 เมตร ) เป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมืองฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน(11)
 
บ่าย บ่าย นำท่านขึ้น เคเบิลคาร์ เฟส 1 (กระเช้าไฟฟ้าหรือกอนโดลา) ไปจนถึงยอดเขากุลมาร์ค (ซึ่งตรงนี้ต้องรอคิวกลางแจ้งนาน และอาจเจอแซงคิว ระหว่างรอจะมีกิจกรรมให้เราเล่นรอได้ เช่น ลากเลื่อน ไปกลับ ประมาณ 1 กิโล หรือ สกี ไม่รวมค่าเล่นประมาณ 500 – 700 รูปี หรือจะถ่ายรูปกับสกีอย่างเดียวก็ได้ค่ะ ประมาณ 100-200 รูปี ) ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขากุลมาร์ค ท่านจะพบเห็นหมู่บ้านยิปซี ซึ่งจะอพยพไปอยู่ทีเมือง จัมมู ในช่วงฤดูหนาว และจะกลับมาอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อน บนยอดเขากุลมาร์คนี้ ให้เวลาอิสระท่าน (ซึ่งตรงนี้ก็จะมีลากเลื่อน และ สกีให้เล่นอีกเช่นกัน หรือ จะขึ้นเคเบิลคาร์ ไปเฟส 2 ก็ได้ (ค่าขึ้นต้องจ่ายเอง) ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่ปกคลุมด้วยหิมะสวยงามในทุกทิศทาง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ศรีนาคา นำท่านชม สวนชาลิมาร์ ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคา แคชเมียร์เป็น แคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต สวนชาลิมาร์แห่งนี้เป็นสวนแห่งความรักสร้างโดยจักรพรรดิ์ชาฮังคี น้ำพุภายในสวนเกิดขึ้นได้โดยแรงดันน้ำธรรมชาติที่มาจากภูเขา ในช่วงฤดูร้อนท่านจะได้พบกับดอกไม้นานาพรรณ รวมทั้งต้นชีน่าร์ (ชื่อต้นไม้ที่เรียกตามท้องถิ่น) หรือ ต้นเมเปิ้ล ขนาดใหญ่ในสวนแห่งนี้ บางต้นมีอายุกว่า 300-400 ปี จากนั้นชม สวนนิชาน ตั้งอยู่ บนฝั่งของทะเลสาบดาล มีภูเขาซาร์บาวาลตั้งเป็นฉากหลัง เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี รวมถึงดอกบัวสวรรค์ ที่หาพบเห็นได้ยาก และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน และหนุ่มสาวแคชเมียร์ที่มักใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นัดหมาย จากนั้นนำท่านชม โรงงานทำพรมเปอร์เซีย นำท่านชม มัสยิดจาร์มา ซึ่งเป็นมัสยิสเก่าแก่แห่งเมืองศรีนาคาและให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดพื้นเมืองรอบๆมัสยิด ค่ำ รับประทานค่ำ(12)บนเรือที่พัก พักที่ House Boat หรือเทียบเท่า
 
วันที่หก ศรีนาคาร์-พาฮาแกรม-ศรีนาคาร์
 
เช้า 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า(13)ที่ ห้องอาหารที่พักเรือ 08.00 น. ขบวนรถออกเดินทางสู่ หุบเขาแกะ หรือ พาฮาลแกม ห่างจากเมืองศรีนาคาไปทางทิศตะวันออกประมาณ 87 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย ระหว่างทางสองข้างทางท่านจะผ่านพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่นหมู่บ้านที่ทำครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบดสำหรับกีฬาคลิกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬา ประเภทนี้ได้ตามสนามทั่วไป ไม้แบดนี้ทำมาจากต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก ระหว่างทางสู่เมืองพาฮาลแกม นอกจากนี้ จะได้เห็นทุ่งโล่งๆ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนตุลาคม ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั้น หรือ Saffron ที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะดอกจะเป็นสีม่วงคล้ายๆ ดอกอัญชัญ ว่ากันว่าเกสรของหญ้าฝรั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดี ตลอดสองข้างทางชมทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่บ้านต่างๆ ทุ่งนา ทุ่งหญ้าและต้นสนยักษ์ ป่าสมบูรณ์ที่สวยงาม และเป็นฉากของภาพยนตร์มาหลายเรื่อง เส้นทางในช่วงเดือนเมษายนท่านจะได้สัมผัสกับทุ่งดอกมัสตาดสีเหลืองขนาดใหญ่ทุ่งดอกทิวลิปป่าและวิวทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างทางชม ARU VALLEY AND BETAAB BALLEY 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน(14)ที่ ภัตตาคาร
 
บ่าย หลังจากนั้นท่านสามารถเดินชมหุบเขา มีสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำริดเดอร์ ที่พาฮาลแกมท่านสามารถขี่ม้าแคระ (มีคนจูง) ชมความงามของธรรมชาติ ป่าสนขนาดใหญ่และหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของชาว แคชเมียร์ เส้นทางการขี่ม้าอาจแตกต่างไปตามฤดูกาล บางช่วงอาจเป็นเส้นทางไต่เขาสูงชัน สำหรับท่านที่กลัวความสูงโปรดพิจารณาก่อนตัดสินใจ การขี่ม้าจะใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง ท่านที่ต้องการขี่ม้าซึ่งจะมี 2 แห่งนะคะในทริปนี้ แต่ทัวร์แนะนำให้ขี่ที่นี่ค่ะ (ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์ ราคา ประมาณ 500 – 600 รูปี) ก่อนกลับเข้าสู่ศรีนาคานำท่านชม AWANTIPURA RUINS เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้า MAHADEV โดย AWANTI VARMAN วัดแม้จะอยู่ในซากปรักหักพังเป็นที่น่าสนใจทางโบราณคดีที่ดี KING AVANTIVARMAN ก่อตั้งเมืองในศตวรรษที่ 9 มีสองวัดหลักซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระศิวะ ตอนนี้คงเหลือแต่ซากปรักหักพังในขณะแต่ก็ยังคงสามารถเข้าชมได้ จนได้เวลาเดินทางกลับสู่ ศรีนาคาร์ นำท่านลง เรือชิคาราสู่ตลาดน้ำท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ระหว่างทางจะผ่านสวนผักลอยน้ำและร้านค้าที่ปักหลักกันกลางทะเลสาบและตามสันดอน สัมผัสวิถีชีวิตให้เต็มรูปแบบของพ่อค้า (พ่อค้าจริงๆ ไม่มีแม่ค้า) และชาวสวนผัก ที่พร้อมใจกันมาซื้อขายแลกเปลี่ยนผลิตผลที่ตลาดน้ำ 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ(15)ที่ ห้องอาหารบนเรือ พักที่ House Boat หรือเทียบเท่า
 
วันที่เจ็ด ศรีนาคาร์-โกลกัลต้า-สุวรรณภูมิ
 
เช้า เช้า รับประทานอาหารเช้า(16)ที่ ห้องอาหารของเรือ แล้วเดินทางสู่ สนามบินศรีนาคาร์ 09.35 น. โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบิน 6E2694 เหินฟ้าสู่ โกลกัลต้า รับประทานอาหารกลางวัน(17)set box
 
บ่าย 13.55 น. เดินทางถึง สนามบินโกลกัลต้า นำท่านเดินทางสู่ สนามบินระหว่างประเทศ รับประทานอาหารค่ำอิสระ และ ช้อปปิ้ง Duty Free ตามอัธยาศัย 20.50 น. โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบิน 6E77 เหินฟ้าสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ
 
วันที่แปด สนามบินสุวรรณภูมิ
 
เช้า 01.05 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และประทับใจ
 
บ่าย -
 



โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้

โปรแแกรมทัวร์แนะนำ
สิกขิม ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก   แคชเมียร์ ทัชมาฮาล คาจูราโฮ ลัคเนา